Article 13 of the Premier League 2551

vegus168.com


เว้ปดูบอลออนไลน์ ที่ดีที่สุด ฝากขั้นต่ำ 100 มาแล้วครับ เว็บไซต์ แทงบอลออนไลน์เปิดบริการตลอดทั้งวันทั้งคืน ปลอดภัย และ ได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับ ตามหลักสากล 9 ยูสเซอร์ เล่นได้ทั้งหมดทุกอย่าง การเงินมั่นคงจ่ายหนักจ่ายจริงฝากถอนไม่มีอย่างต่ำ เวปตรงไม่ผ่านเอเยนต์แทงบอลสเต็ปบาคาร่าออนไลน์คืนค่าคอมสูงสุด 73% คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงบาคาร่าออนไลน์ได้กำไรให้ได้สมัครง่ายไม่ยุ่งยากหลายเกมส์ให้ร่วมสนุกสนานคาสิโนออนไลน์ที่ใหญ่และนิยมที่สุดในไทย ทำรายการถอน ภายในเวลา 1 นาที รองรับมือถือ android และ ios เปิดมานานกว่า 5 ปี ให้บริการแทงบอลออนไลน์คาสิโนออนไลน์ ไก่ชน ลอตเตอรี่มั่นคงได้เงินจริง

พ่อครับผม..ผมทำได้
บิดาขอรับ..ผมทำได้
ไบรอัน เฮนเดอร์สัน เล่าว่าลูกชายของเขาเคยพูดคำหนึ่งไว้ตอนนั่งดูแมตช์ชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ระหว่าง เอซี มิลาน กับ ยูเวนตุๆส เมื่อปี 2003 ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด
"บิดาขอรับ, สักวันผมจำเป็นที่จะต้องไปลงเล่นเกมแบบนี้ให้ได้" เด็กน้อยวัย 10 ขวบ กล่าวคำนั้นโดยไม่เคยทราบว่าสิ่งที่เอ่ยออกไปมันจะเกิดขึ้นเมื่อไร มันจะเกิดขึ้นจริงๆไหม หรือเป็นเพียงแค่ความฝันที่เด็กๆต่างก็มีความหวังไม่ได้แตกต่างกัน
16 ปีผ่านไป ไบรอัน ได้โอกาสเข้าชมเกมนัดชิงฯ รายการนั้น ถึงสองปีต่อเนื่องกัน ซึ่งครั้งปัจจุบัน นับว่าเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจเอามากๆด้วยเหตุว่าผู้ที่ชูถ้วยเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลูกชายของเขาเอง
ไบรอัน เฮนเดอร์สัน เป็นตำรวจเกษียณอายุราชการเคยเป็นนักฟุตบอลของ มองร์หมูแฮม ทีมฟุตบอลในกรมตำรวจ ภรรยาของเขาคือ ลิซ มีอาชีพเป็นอาจารย์สอนฟิตเนสระดับมืออาชีพ
บิดาครับผม..ผมทำได้
จอร์แดน เป็นลูกชายคนโตของครอบครัวนี้ มีน้องสาวหนึ่งคนชื่อ โจดี้ ชีวิตในวัยเด็กเติบโตที่เมืองซันเดอร์แลนด์ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะอังกฤษ
ไบรอัน รักบอลมากมายและก็โชคดีที่ลูกชายก็รักฟุตบอลเหมือนกัน เขาส่ง จอร์แดน เข้ามาเป็นเด็กในสังกัด ซันเดอร์แลนด์ ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ โดยช่วงแรกเริ่มเล่นเป็นกองหน้าพร้อมกันกับปีกขวา ก่อนที่จะถอยลงเล่นเป็นกองกลางตัวกลางแล้วก็เล่นตำแหน่งนี้มาตลอดทั้งอาชีพการเล่น
ทักษะของ เฮนเดอร์สัน จัดว่าสะดุดตาเหนือเด็กอังกฤษคนอื่นๆเคยมีคลิปหนึ่งแสดงให้เห็นถึงความรู้ความเข้าใจสำหรับการเดาะบอลที่เรียกเสียงฮือฮาจากเพื่อนพ้องๆรอบข้าง
พ่อขอรับ..ผมทำเป็น
ตอนอยู่กลุ่มรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีของ ซันเดอร์แลนด์ เขาเป็นเยี่ยมในขุนศึกทีม ยู-18 คว้าชัยชนะลีกสองสมัยติด ฝีเท้าปรับปรุงจนถูกเรียกติดกลุ่มชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 18 ปี รวมทั้งถูกปล่อยไปเก็บประสบการณ์ระยะสั้นๆที่ วัวเวนทรี 6 เดือน ตอนม.ค. 2009 จากนั้นก็กลับมาเป็นตัวหลักของ ซันเดอร์แลนด์ ในวัยไม่ถึง 20 ปี
ชีวิตของ เฮนเดอร์สัน เรียบง่าย ราวกับเด็กธรรมดาทั่วๆไป ไม่มีข่าวหวือหวา เป็นเด็กดี ไม่ดื่มเหล้า ไม่ดูดบุหรี่ แล้วก็มีรักเดียวใจเดียวคือ รีเบ็คก้า เบอร์เน็ตต์
อย่างไรก็ดี ซัมเมอร์ปี 2011 เฮนเดอร์สัน โดนจับตามองมากขึ้นข้างหลัง เคนนี่ ดัลกลิช ดึงเขามาอยู่กับ หงส์แดง ด้วยเม็ดเงินถึง 20 ล้านปอนด์ เงินปริมาณนี้จัดว่าสูงมากมายกับนักเตะที่อายุเพียงแค่ 21 ปี และก็ตอนแรกกับชีวิตที่บ้านข้างหลังใหม่ เฮนเดอร์สัน จำเป็นต้องหามแรงกดดันเรื่องค่าตัวบนบ่าทั้งคู่รวมทั้งการมาของ เบรนดินแดน ร็อดพบร์ส กุนซือลิเวอร์พูลในขณะนั้น ก็แทบทำให้เขาจำเป็นต้องย้ายออกจากทีมก่อนเวลาอันควรจะ
โน่นเป็นจุดเริ่มแรกความลำบากและอุปสรรคบนเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน
ซัมเมอร์ปี 2012 ร็อดพบร์ส อยากได้ คลินท์ เดมพ์ซี่ย์ ของ ฟูปาดม เอามากๆถึงกับขนาดยอมส่ง เฮนเดอร์สัน ไปเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน จะว่าไปมันก็เหี้ยมโหดกับเขาเช่นเดียวกัน กับการที่กำลังจะถูกแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นวัยใกล้ 30 แถมยังเพิ่งอยู่กับกลุ่มได้แค่ปีเดียว
พ่อนะครับ..ผมทำได้
ความจำสีเทาเกิดขึ้นตอนช่วงเวลาบ่ายของวันพฤหัสบดี ที่บังกะโล โฮป สตรีท ใจกลางเมืองลิเวอร์พูล
ก่อนเกมยูโรปา ลีก รอบเพลย์ ออฟ ที่จะพบกับ ฮาร์ทส ร็อดพบร์ส เดินเข้ามาพร้อมคำกล่าวหนึ่งประโยคที่ติดอยู่ในใจของ เฮนเดอร์สัน "เบรนดินแดน โทรหาผมแล้วกล่าวว่า -ฟังนะ, นี่เป็นคำแนะนำ(แลกกับ เดมพ์ซี่ย์)- เขาถามคำถามว่าผมคิดยังไงกับดีลนี้"
สิ้นเสียงของนายจ้าง เฮนเดอร์สัน หลั่งน้ำตาด้วยความเศร้าใจ มันเป็นความรู้สึกที่แสนเจ็บปวด ทั้งๆที่อีกไม่กี่ชั่วโมงเขากำลังจะลงแข่งขันในคืนนั้น
"ผมไปคุยกับเอเยนต์ และก็บอกเขาว่าเกิดอะไรขึ้น ผมบอกไปว่าผมไม่ได้อยากจะย้ายออกเลย ผมต้องการอยู่และสู้ต่อ จะอุตสาหะพิสูจน์ให้มีความเห็นว่าผู้จัดการทีมฟุตบอลคิดผิด"
แล้วหลังจากนั้น เฮนเดอร์สัน โทรศัพท์หาพ่อเพื่อระบายความรู้สึก รวมทั้งย้ำสิ่งที่มีความต้องการของตนว่าจะอยู่เพื่อสู้ต่อ ข้างป๋า ไบรอัน ฟังรวมทั้งเสียใจไม่แพ้กัน ซึ่งท่านก็ไม่ขัดอะไรและก็พร้อมหนุนหลังตามความจำเป็นของลูกชาย
จากจุดที่ เฮนโด้ ยืนอยู่ในช่วงเวลานั้น เขารู้ตัวดีว่าช่องทางลงสนามมีไม่มาก สิ่งเดียวที่จะทำเป็นคือทำงานมากเข้าไว้ เฮนเดอร์สัน มีความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะดวงใจ ร็อดพบร์ส ในหัวของเขาไม่เคยมีคำว่า 'ย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล' เลย
เฮนเดอร์สัน เป็นคนที่พร้อมปรับแต่งตนเองอยู่ตลอด เขาเดินไปถาม ร็อดเจอร์ส ตรงๆเลยว่าต้องทำยังไงถึงจะได้เป็นตัวจริง
ยังดีที่โชคยังเข้าข้างบ้าง เมื่อ ร็อดพบร์ส พร้อมเปิดโอกาสและไม่ได้บังคับให้ เฮนเดอร์สัน จะต้องออกจากกลุ่ม ร็อดเจอร์ส เปิดคลิปให้ เฮนเดอร์สัน ดู แล้วชี้แจงจุดบกพร่องของ เฮนเดอร์สัน ว่ามีอะไรบ้าง ต่อจากนั้นก็ถามกลับว่า ต้องการจะแก้ไขมันไหมล่ะ?
บิดาครับ..ผมทำเป็น
จากเดิม เฮนเดอร์สัน เป็นผู้ที่ขยันทำงานมากอยู่แล้ว ถึงขณะนี้ความขยันนั้นมันเพิ่มจากเดิมเป็น 10 เท่ากระทั่งส่งกระทบถึงชีวิตแต่งงาน
"รีเบ็คก้า เมีย กล่าวว่าในตอนสองสามปีนั้น ผมมิได้เป็นหัวหน้าครอบครัวที่น่ารักน่าเอ็นดูเท่าใด" เฮนเดอร์สัน เอ๋ยถึงความรู้สึกของภรรยาในขณะที่เขาจำต้องต่อสู้เป็นส่วนหนึ่งกับทีม
ปัจจัยที่ รีเบ็คเก้า กล่าวอย่างนั้นก็เพราะว่าสามีของเธอมัวแต่ขยันฝึก ใช้เวลาอยู่แต่ว่าในยิม พอกลับถึงหน้าบ้านก็ไปนอนทันทีจนไม่ว่างให้ครอบครัว
"ในระหว่างที่คุณยังเด็ก หัวข้อต่างๆมันบางทีอาจมีผลกระทบต่อคุณ บอลเป็นชีวิตของผม ตั้งแต่เป็นเด็กตัวเล็กๆฟุตบอลเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในชีวิตของผม ไม่ว่ารอบข้างมันจะเป็นอย่างไรหรือเกิดอะไรขึ้น แต่ผมก็ต้องการทำแบบนั้น เมื่อหลายแบบมันไม่เป็นไปด้วยดี มันก็น่าเจ็บ มันมีผลถึงผมในตอนที่ผมกลับไปถึงที่หน้าบ้าน มันเป็นช่วงในช่วงเวลาที่เหนื่อยยาก แต่ผมก็มีความคิดว่าผมเติบโตขึ้นมากมาย"
สุดท้าย เฮนเดอร์สัน ก็ชนะใจ ร็อดพบร์ส เขายึดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างสง่าผ่าเผย ความเจริญทางอาชีพกำลังเติบโต ผลงานของกลุ่มก็กำลังเดินทางไปก้าวหน้า ทว่าตอนฤดูใบไม้ร่วง ปี 2013 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ หงส์แดง ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกกับ แมนฯ ซิตี้ ไบรอัน บิดาของเขาถูกตรวจเจอว่ามีเชื้อมะเร็งตรงคอ หลังหมอเจอในขณะที่เขาเข้ารับการผ่าตัดกระเพาะปัสสาวะ แต่ ไบรอัน ไม่ได้บอกประเด็นนี้กับลูกชาย เพราะว่าเห็นว่าตอนนั้นเป็นตอนหัวเลี้ยวหัวต่อ หากขืนบอกไปก็กลัวว่าจะทำให้เกิดผลกระทบต่อสถาพทางจิตใจจนถึงลามไปถึงผลงานในสนาม
บิดานะครับ..ผมทำได้
ช่วงต้นปี 2014 เฮนเดอร์สัน ทราบเรื่องนี้ก่อนวันที่บิดาจะเข้ารับการบำบัดไม่กี่วัน ขณะนั้นเขารู้สึกตัวเลยว่านอกจากฟุตบอลแล้วอะไรเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด มันเป็นตอนในเวลาที่เหี้ยมโหด เขาทำอะไรไม่ถูก สิ่งที่เกิดขึ้นมันยากจะเข้าหัวใจ
เฮนโด้ ไม่ค่อยได้พบกับบิดามากสักเท่าไรนัก หลังเข้ารับการบำบัดหนแรก ร็อดพบร์ส อนุญาตให้กลับไปอยู่บ้านไปเยี่ยมบิดาได้ตามที่ต้องการ แม้กระนั้น ไบรอัน สั่งไม่ให้ลูกชายมาหาด้วยเหตุว่าเขาไม่ต้องการให้ จอร์แดน มองเห็นความเจ็บตอนรักษาและไม่อยากให้ลูกชายมีภาพติดตาที่ไม่ดีกลับไป

"ผมไม่ได้เจอกับบิดามากเท่าไหร่เลย ท่านไม่อยากให้ผมไป เบรนแดน เขาดีเยี่ยมๆเขาบอกว่าให้ผมกลับไปอยู่ที่บ้านเมื่อไหร่ก็ได้ที่ผมอยากพบพ่อ ฉะนั้น ผมเจอท่านครั้งเดียวก่อนที่ท่านจะเข้าบรรเทา แล้วต่อจากนั้นผมก็พบท่านอีกทีในอีกสองสามอาทิตย์ต่อมา แล้วก็มันก็ไม่ได้ห่วยแตกอะไรเลยนะ แต่สุดท้ายก็ถึงจุดที่พ่อไม่อยากพบผม ซึ่งทั้งสิ้นก็เพราะสภาพที่ท่านเป็นตอนนั้น"
อย่างเดียวที่ เฮนเดอร์สัน ทำเป็นเป็นพยายามเล่นให้ดีที่สุดในทุกๆเกมการประลอง แล้วก็มันก็เป็นแบบที่เขาตั้งมั่นเพราะว่า หงส์แดง เก็บชัยติดต่อกันได้หลายต่อหลายนัดหมาย
"พ่อไม่ต้องการให้ผมเห็นท่านในภาวะอย่างนั้น ด้วยเหตุนั้นผมเลยรู้ดีว่าสถานการณ์มันแย่มากๆผมคุยกับบิดาอยู่เป็นประจำนะ แต่อย่างเดียวที่ผมทำได้เป็นเพียรพยายามเล่นให้ดีในช่วงสุดสัปดาห์ และมันก็โชคดีที่ในช่วงเวลานั้นเราเริ่มเก็บชัยชนะได้ในทุกอาทิตย์"
ปี 2015 สตีเว่น พบร์ราร์ด ล่ำลาทีม ปลอกแขนกัปตันเป็นของ เฮนเดอร์สัน แต่ว่าก็ไม่แคล้วตัวเขาโดนวิภาควิจารณ์ว่ามีคุณสมบัติไม่เหมาะสมที่จะสืบทอดตำแหน่งนี้จากกัปตันคนก่อน
บิดานะครับ..ผมทำได้
อย่างไรก็แล้วแต่ กัปตันเฮนโด้ ก้มหน้าก้มตาทำงานหนักถัดไป เขาถือคติว่า อะไรที่ไม่ดีที่เขาโดนว่ากล่าวมันคือแรงกระตุ้นที่จะทำให้ตัวเองเก่งขึ้น
"ผมเกลียดอ่านอะไรที่มันเป็นเรื่องดีๆเกี่ยวกับตัวผมเลย กับพวกข้อวิพากษ์วิจารณ์รวมทั้งเรื่องลบ ผมมักคิดเสมอว่านั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมเก่งขึ้น จริงอยู่ว่าคุณอยากคำกล่าวชมสักนิดอยู่ตลอด แม้กระนั้นสำหรับผมแล้วคำยกยอที่สำคัญมันจำเป็นต้องมาจากกุนซือ นั่นคือคำกล่าวยกย่องที่จะทำให้ผมกระปรี้กระเปร่า โดยเหตุนี้ถ้าผู้จัดการทีมฟุตบอลบอกกับผมว่าผมทำหน้าที่ได้สมควรมันก็ถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม ซึ่งผมจะพากเพียรไม่สนใจคำยกย่องของผู้อื่นเลยนะ นอกเหนือจากผู้จัดการทีมฟุตบอล"
ต.ค. ปี 2015 หงส์แดง เปลี่ยนมือจาก ร็อดเจอร์ส มาเป็น พบร์เก้น คล็อปป์ แต่ว่านั่นก็ไม่ได้ทำให้ เฮนเดอร์สัน ตกอยู่ในสถานการณ์ตรากตรำ เนื่องจาก คล็อปป์ แลเห็นสิ่งที่เขาทุ่มเทอยู่เป็นประจำ
"ผมยังอายุน้อยในระดับหนึ่งจนถึงทำให้สามารถก้มหน้าก้มตาดำเนินการอย่างเดียวได้, ดำเนินงานอย่างมากต่อไปได้, ทำบางอย่างเพิ่มได้ และก็พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาคิดผิดได้ ซึ่งผมก็รู้สึกว่าผมมาทำอย่างนั้นได้เวลาที่ เบรนแดน ออกมาจากทีมไปแล้ว ในโลกบอลและก็ในชีวิตของมนุษย์น่ะ มันจะมีช่วงเวลาที่สามารถเป็นตัววินิจฉัยเส้นทางและก็อนาคตของคุณได้อยู่ตลอด"
ความคิดของ เฮนเดอร์สัน ที่ถูกปลูกฝังมาจากครอบครัวตั้งแต่ยังเด็ก คือของขวัญล้ำค่าที่ทำให้เขาเจริญเติบโตแล้วก็เป็นคนที่ไม่เคยยอม ส่วนใดส่วนหนึ่งคงมาจากความเป็นตำรวจของบิดาที่มักเห็นเรื่องส่วนกลางมาก่อนเรื่องตนเองเสมอ
เฮนเดอร์สัน ทำได้ดีในการแบกรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่ สิ่งนี้มันฝังลึกเข้าไปในเชื้อสาย ไม่ว่าเรื่องในหรือนอกสนามเขายินดีที่จะทำงานที่คนอื่นไม่ต้องการที่จะอยากทำ เขาไม่ชอบการเน้นทำเรื่องเฉพาะบุคคลเป็นหลัก สำหรับ เฮนเดอร์สัน สิ่งที่จำเป็นคือ การช่วยเหลือสหายร่วมกลุ่มเพื่อเพื่อนๆเล่นได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำเป็น เขาอยากให้บรรดาเพื่อนพ้องร่วมทีมได้โด่งดัง ต่อให้ตัวเองจะไม่ได้สัมผัสกับสิ่งนั้นก็ตาม
หน้าที่ของ เฮนเดอร์สัน ไม่ได้มีเฉพาะแค่ในสนาม เขาทำทั้งหมดทุกอย่างเพื่อกลุ่ม คำว่าทีมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เขามานะทำให้ในห้องแต่งตัวมีบรรยากาศที่ดี บากบั่นทำให้ทุกคนทำงานเพื่อกันและกัน ส่วนนอกสนามเขาก็จะก่อให้เพื่อนฝูงๆมีความกลมเกลียว เป็นกลุ่มก้อนสนิทกันชนิดเป็นเพื่อนตายได้ ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงเกิดขึ้นจากสิ่งที่เขาถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก โน่นคือนิสัยของ i99bet เฮนเดอร์สัน
พ่อนะครับ..ผมทำเป็น
คุณพ่อคุณแม่ของ เฮนเดอร์สัน เป็นคนสอนเรื่องหน้าที่, ความเสียสละ, การปรนนิบัติ แล้วก็ความรับผิดชอบต่อผู้อื่น ท่านพูดเชือนแชมอว่า ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่ ไม่ว่าควรต้องแข่งกับผู้ใดกัน ขอให้รู้ไว้ว่าทุกคราวมันจะมีผู้ที่รอสอดส่องอยู่เสมอเวลา "คุณแม่ของผมท่านมักจะถูกใจกล่าวว่า -ไม่ว่าลูกจะพบกับผู้ใดกันแน่ มันก็จะมีบุคคลที่คอยเฝ้าลูกอยู่ตลอด ลูกจำเป็นต้องเล่นให้ดีทุกนัดหมายนะ- ซึ่งผมก็อุตสาหะทำแบบนั้นมาตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นเด็ก"
ดังนั้นอะไรที่ เฮนโด้ จะตอบแทนได้ เขาก็พร้อมจะทำ
"ผมจะเป็นหนี้บุญคุณทั้งคู่ท่านไปชั่วชีวิต และผมก็พยายามที่จะทำให้พวกท่านรู้สึกยินดีในทุกๆครั้งที่ผมได้ลงเล่น"
"คุณจำต้องพากเพียรทำให้ยอดเยี่ยมเท่าที่จะทำเป็นในทุกวัน คุณสามารถเอาหลักความนึกคิดแบบงั้นมาใช้กับทุกๆอย่างในชีวิตได้เลย คุณต้องพยายามทำให้ตัวเองดียิ่งขึ้นในทุกวัน คุณจะทำผิดพลาดได้เป็นธรรมดาอยู่แล้ว แต่ว่าสิ่งจำเป็นมันอยู่ที่ว่าคุณจะเรียนรู้จากความผิดพลาดพวกนั้นได้อย่างไร ผมมานะที่จะเป็นคนที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อกลุ่มนี้ และเพื่อครอบครัวของผม"
ไม่นานหลังจากที่ คล็อปป์ เข้ามารับงานคุมกลุ่ม หงส์แดง เขาก็เข้าใจได้โดยทันทีว่า เฮนเดอร์สัน กำลังแบกรับภาระเอาไว้แค่ไหน และก็เขาก็มานะที่จะช่วยแบ่งเบาภาระนั้นด้วยการกระจายความรับผิดชอบไปให้คนอื่นๆบ้าง แต่ว่าลักษณะการป่วยของคุณพ่อเป็นสิ่งที่ทำให้ เฮนเดอร์สัน กังวลสูงที่สุดเมื่อเทียบกับเรื่องอื่นๆ
ตลอด 4 ปีที่ ไบรอัน เข้ารับการดูแลรักษา เฮนเดอร์สัน เกือบจะมิได้พบพ่อเลย ไบรอัน ไม่ต้องการให้ลูกชายคิดมาก ต้องการให้มีสมาธิกับอาชีพนักฟุตบอล
จนถึงท้ายที่สุด ไบรอัน หายสนิทจากโรคร้ายนี้และพร้อมจะเข้าดูนัดหมายชิงชนะเลิศ แช

การค้นหาที่เกี่ยวข้องกับ เว็บไซต์พนันบอล
เว็บ บอล แจก โบนัส ฟรี 2018 เว็บบอลแจกเครดิตฟรี2019 เว็บพนัน ดีที่สุด pantip เว็บพนันบอล m88 เว็บพนันบอล ดีที่สุด 2018 เว็บพนันบอล ดีที่สุด เว็บพนันบอล ดีที่สุด pantip vegus168 pantip